| ::: ประวัติสถาบันมัจลิซุดดีนี ::: |
|
|
|
|
เขียนที่...บ้านของข้าพเจ้า ต่อมาข้าพเจ้าก็ขอดุอาอฺให้ได้ไปทำฮัจญ์ที่มักกะฮ์ ตั้งใจจะไปขอที่มุลตะซัม ขอให้มีที่สัก 2 งานเมื่อเราตายไปลูกหลานจะได้อยู่กันต่อไป ปีนั้นได้ไปทำฮัจญ์อย่างที่เราเหนียตไว้ ภายหลังจากที่เรากลับมาแล้วโต๊ะเยาะดินที่อยู่สะพานควาย (บางมด) เขาว่าดอยีเลาะห์ (บางมด) เขาจะให้ที่ครู 2 ไร่ เขาให้ครูไปอยู่บางมด เขาซอดาเกาะฮฺให้เลย ไม่ใช่วาก๊าฟ ก่อนนั้นที่มันยังไม่เจริญ อิสลามวิทยาลัยก็ยังอยู่บางซื่อ ในขณะนั้นผมมาสอนหนังสือที่คลองตัน แทนอัลมัรฮูมครูเลาะห์สอน ผมก็เลยปรึกษาจูยีโซ๊ะว่า ดอยีเลาะห์ (บางมด) เขาให้ผมไปอยู่ที่บางมด ภายหลังจูยีโซ๊ะก็พูดออกมาว่า ?ที่ที่บางมดมันราคาเงิน ที่ที่บ้านป่ามันราคาทองคำ? เพราะว่าที่เริ่มเจริญแล้วและครูก็มีลูกศิษย์เยอะแล้ว ครูอย่าไปเลย ฉันซอดาเกาะห์ที่ดินให้ครู 1 งาน และฉันขายให้ครู 1 งาน ข้าพเจ้าพูดว่า ?จะเอาเงินที่ไหนไปซื้อจูยีอีก 1 งาน? จูยีโซ๊ะก็บอกว่า หลังจากครูสอนหนังสือแล้ว ครูก็ประกาศว่าใครจะซื้อที่ดินซอดาเกาะฮฺให้กับผมบ้าง ต่างคนก็ช่วยกันซื้อซอดาเกาะฮฺให้คนละ 5 วา 10 วา ผลที่สุดก็ได้ที่ดินอีก 1 งานขึ้นมา
ตกลงก็ย้ายจากบางอ้อไปอยู่ที่บ้านป่า แล้วรื้อบ้านที่บางอ้อมาปลูกที่บ้านป่าในที่ดิน 2 งานนี้ แล้วข้าพเจ้าก็เปิดสอนอบรมผู้ใหญ่ ประมาณสักเดือนนักเรียนก็เต็มบ้านผม ผมก็เลยชวนให้พวกเราช่วยกันซื้อที่ดินวาก๊าฟ เพื่อที่จะได้สร้างโรงเรียน เพื่อทำการสอนต่อไปก็เลยประกาศว่า ใครจะซื้อที่ดินที่จะทำวาก๊าฟเพื่อจะได้สร้างโรงเรียนสอนศาสนา จูยีโซ๊ะแกจะขายให้จำนวนที่ดิน 2 งาน ผลที่สุดก็ช่วยกันซื้อที่ดินจนได้ที่วาก๊าฟจำนวน 2 งาน แล้วผมก็เรี่ยไรจากนักศึกษา เพื่อจะได้สร้างโรงเรียนมัจลิซุดดีนีบนที่ดิน 2 งานนี้ และมีที่ดินของยีลีบังหน้าโรงเรียนอีก 70 วา และข้าพเจ้าก็เรี่ยไรซื้ออีก 70 วา ก็จะได้ที่ดินผืนเดียวกันรวมทั้งหมด 270 วา รายละเอียดที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ ขอรับรองว่าเป็นความจริงโดยพระเจ้าผู้ทรงเมตตาให้กับข้าพเจ้า
ความเป็นมาของมัจลิซุดดีนี เดิมท่านอาจารย์อับดุรเราะห์มาน หมัดวังอยู่ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ตำบลบ่อตาโล่หรือที่รู้จักกันว่า ครูมาน บ่อตาโล่ ต่อมาท่านได้เดินทางมาศึกษากับอาจารย์อับดุลเลาะห์ อับดุลลากาเซ็ม ที่บางอ้อรุ่นเดียวกับฯพณฯอาจารย์สวาสดิ์ สุมาลยศักดิ์ จุฬาราชมนตรีจึงนับว่าท่านทั้งสองก็เป็นลูกหลานของอัลอัซฮัรเช่นกัน เนื่องจากท่านอาจารย์อับดุลเลาะห์หรือที่รู้จักกันว่าครูเลาะห์สอนหรืออาจารย์สอน ท่านได้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยอัลอัซฮัร กรุงไคโร ประเทศอียิปต์ ได้รับชะฮาดะห์ เมื่อวันที่ 1 เดือนร่อบีอุ้ลเอาวั้ล ฮ.ศ.1347 หลังจากที่อาจารย์อับดุรเราะห์มาน ได้ศึกษาสำเร็จแล้ว ท่านได้ทำการสอนแทนท่านอาจารย์อับดุลเลาะห์ที่คลองตันและที่อื่น ๆ มาโดยตลอด โดยที่ท่านได้อาศัยอยู่บ้านนายห้างบ้านขาวที่บางอ้อ ต่อมาท่านคิดว่า จะตั้งหลักปักฐานให้แน่นอนจึงได้ไปปรึกษากับผู้ใหญ่โซะห์ (ฮัจยียูโซะห์ สาดและ) ว่าอยากจะได้ที่ดินประมาณ 2 งาน เพื่อปลูกบ้าน หลังจากที่มีคนมาเสนอให้ที่ดินที่บางมด ซึ่งทางผู้ใหญ่โซะห์ได้เสนอว่าให้มาอยู่ที่บ้านป่า (บ้านล่างบึง) และท่านจะให้ที่ดิน 1 งานและขายให้อีก 1 งาน ซึ่งท่านอาจารย์อับดุรเราะห์มาน ก็ตอบตกลงตามที่ผู้ใหญ่โซะห์เสนอ และได้ย้ายบ้านมาปลูกที่บ้านป่าล่าง จากนั้นท่านได้เปิดอบรมสอนผู้ใหญ่ที่บ้านของท่านซึ่งก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ท่านได้ทำการสอนประมาณเดือนเศษมีนักศึกษามารับการอบรมเต็มบ้านของท่าน ท่านจึงได้ประกาศเรี่ยรายเงินเพื่อซื้อที่ดินวาก๊าฟ มาสร้างโรงเรียนขึ้นโดยซื้อที่ดินของผู้ใหญ่โซะห์หรือ (จูโซะห์ สาดและ) 2 งาน และที่ดินของฮัจยีอาลี ดีเสมาะอีก 51 ตารางวา และได้เริ่มก่อสร้างโรงเรียนขึ้นเมื่อปีพ.ศ.2510 เป็นอาคารไม้ชั้นเดียว ใต้ถุนโล่งมี 2 ห้อง ทำการสร้างเสร็จและเปิดทำการเรียนการสอน เมื่อวันจันทร์ที่ 4 เดือนร่อบีอุ้ลเอาวั้ล ฮ.ศ.1387 โดยท่านอาจารย์อับดุลเลาะห์สอนได้ตั้งชื่อให้โรงเรียนว่า ?โรงเรียนมัจลิซุดดีนี? หลังจากนั้นจึงได้ทำเรื่องเพื่อขอจดทะเบียนเป็นโรงเรียนจากกระทรวงศึกษาและได้รับใบอนุญาตให้เป็นโรงเรียนเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ.2511 ต่อมาท่านได้โอนที่ดินดังกล่าวให้กับมูลนิธิอับดุลลาเป็นผู้ดูแล หลังจากนั้นท่านอาจารย์อับดุรเราะห์มานได้ไปติดต่อกับครูมุฮำหมัด สะริหมัดและครูยะห์ หมัดวัง ให้มาสอนอัลกุรอ่านและฟัรดูอีน ส่วนท่านเองสอนอบรมนักศึกษาผู้ใหญ่ จนกระทั่งปีพ.ศ.2534 มีปัญหาบางอย่างเกิดขึ้น จึงเป็นเหตุที่ทำให้บรรดาคณาจารย์และผู้สนับสนุนกลุ่มหนึ่งจึงได้รวมตัวกันและได้มาเปิดทำการสอนในระดับเอี๊ยะดาดีและซานาวีย์ที่โรงเรียนแห่งนี้ เมื่อวันที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2534 โดยมีผู้ใหญ่หวังซบ นาคนาวา ดำรงตำแหน่งเป็นประธานฝ่ายบริหาร อาจารย์ไฟซ้อล ลีวัน เป็นผู้จัดการ อาจารย์ทวี (อิสมาอีล) เด็ดดวง เป็นอาจารย์ใหญ่
ฝ่ายบริหารเริ่มบริหารครั้งแรกเมื่อวันที่ 4 เมษายน 2537 โดยการสร้างหอพักนักเรียนชายเป็นไม้ชั้นเดียว 6 ห้อง ต่อมาได้ยกขึ้นเป็นสองชั้นครึ่งตึกครึ่งไม้ สร้างบ้านพักครูเป็นคอนกรีต 2 ชั้น 4 ห้อง ต่อมาได้มีนักเรียนเพิ่มมากขึ้นจึงได้ต่อเติมห้องเรียนขึ้นอีกสองห้อง จากเดิมมีอยู่ 2 ห้องและนักเรียนได้เพิ่มขึ้นจนกระทั่งห้องเรียนไม่พอเรียน ทางโรงเรียนได้รับการอนุเคราะห์จากฮัจยีมันโซร บุญมาเลิศ (หมอโซร) ได้ต่อเติมชั้นล่างของโรงเรียนเป็นคอนกรีตเพิ่มขึ้นอีก 4 ห้องโดยท่านออกค่าก่อสร้างทั้งหมดแต่เพียงผู้เดียว ส่วนอุปกรณ์ต่าง ๆ นั้น เช่นโต๊ะเรียนและอื่น ๆ ทางโรงเรียนได้รับอนุเคราะห์จากฮัจยีลุกมาน ซอมัด และครอบครัวให้ใช้สถานที่ที่บ้านของท่านจัดทำโดยให้ความสะดวกทุกอย่าง ต่อมาฮัจยีอับดุลกอเดร ปานนพภา และครอบครัวได้บริจาคที่ดินส่วนหนึ่งให้กับโรงเรียนทางคณะผู้บริหารมีการดำริที่ทำประโยชน์ให้แก่โรงเรียนในที่ดินนี้ จึงได้รื้อบ้านเช่าที่ครูมานปลูกไว้ข้างหลังโรงเรียนไปสร้างในที่ที่ต่วนฮัจยีกอเดรบริจาคให้เป็นอาคารครึ่งตึกครึ่งไม้สองชั้นจำนวน 20 ห้อง โดยอาจารย์กอเซ็ม นาคนาวา เป็นประธานก่อสร้างและฮัจยีอิลยาส กลมเกลี้ยง (ช่างอิน) เป็นผู้ก่อสร้าง ต่อมาทางโรงเรียนได้ขยายที่ออกไปทางด้านหลังโรงเรียนอีกเนื่องจากด้านหน้ามันคับแคบ ทางคณะผู้บริหารจึงได้มีมติให้ย้ายโรงเรียนเดิมไปปลูกใหม่ในที่ใหม่นี้ โดยได้ทำการก่อสร้างขึ้นเมื่อวันที่ 28 พ.ย. 2544 เป็นอาคาร 3 ชั้น จำนวน 20 ห้อง ชั้นบนเป็นห้องละหมาดและห้องสมุด ชั้นสองเป็นห้องเรียนชั่วคราว และห้องพักครู ชั้นล้างเป็นห้องพักนักเรียนชายโดยมีอาจารย์กอเซ็ม นาคนาวา เป็นประธานก่อสร้าง ก่อสร้างโดยฮัจยีอิลยาส กลมเกลี้ยง ใช้งบประมาณก่อสร้างประมาณ 2,000,000 บาทเศษ
แต่ในช่วงนั้น ไม่มีอาคารเรียนมาตรฐานที่ถาวร ทางคณะกรรมการจึงมีมติให้ก่อสร้างอาคารถาวรขึ้นโดยได้เรียนเชิญ ฯ พณฯจุฬาราชมนตรีอาจารย์สวาสดิ์ สุมาลยศักดิ์มาเป็นประธานวางรากฐานเมื่อวันที่ 5 ก.ย. 2548 โดยมีฮัจยีอับดุลมายิ๊ต เลาะมะ ประธานจัดงาน คุณไพรินทร์ อะหมัดตอเฮด (บังยอด) ประธานก่อสร้าง อาจารย์ไฟซ้อล ลีวัน เหรัญญิก อาจารย์อับดุลมาลิก เลาะมะ เลขานุการ เป็นอาคารคอนกรีต 4 ชั้น จำนวน 17 ห้อง ประกอบด้วยห้องเรียน ห้องคอมพิวเตอร์ ห้องพักครู ห้องรับแขก ห้องพยาบาล และอื่น ๆ ใช้งบประมาณก่อสร้างประมาณ 10,000,000 บาทเศษ โดยรับเงินบริจาคจากตระกูลมาลัยวรรณ สิทธิวนิชและกองมรดกมาลัยวรรณ โดยคุณนุช และคุณกูด จำนวน 3,000,000 บาท ได้รับการประสานงานจากฮัจยีกอเซ็ม อับดุลลากาเซ็ม และได้รับการบริจาคจากผู้มีใจศรัทธาอีกจำนวนมาก ต่อมาในวันที่ 16 พ.ค. 2550 ได้เรียนเชิญคณาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิและผู้มีเกียรติมาดุอาเปิด โดยท่านอาจารย์อาดำ มะหะหมัด ดุอาและเปิดสอน เมื่อวันที่ 17 พ.ค. 2550 และได้จัดการเปิดป้ายเมื่อวันที่ 24 พ.ย. 2550 โดยอาจารย์ไฟซ้อล ลีวัน ประธานจัดงาน อาจารย์อรุณ บุญชม ประธานกรรมการอิสลามประจำกรุงเทพมหานคร เป็นประธานเปิดป้าย รวมใช้เวลาตั้งแต่เริ่มก่อสร้างจนกระทั่งถึงวันเปิดป้ายทั้งหมด 2 ปี 3 เดือน และช่วงระหว่างปี 2549-2550 ทางสก.ณัฐวุฒิ หมัดนุรักษ์ ได้แบ่งงบประมาณของเขตสวนหลวงมาสร้างอาคารคอนกรีตให้อีกหนึ่งหลัง และคุณไพรินทร์ อะหมัดตอเฮด ได้ทำเรื่องขอเงินจากการเคหะมาสร้างอาคารคอนกรีตให้อีกหนึ่งหลัง รวมอายุของโรงเรียนมัจลิซุดดีนีตั้งแต่เริ่มก่อตั้งจนกระทั่งถึงปัจจุบันมีอายุได้ 42 ปีแล้วและเริ่มสอน ระดับเอี๊ยะดาดีและซานาวีย์มาได้ 17 ปีแล้ว โดยผู้บริหารคนแรก คืออาจารย์อับดุรเราะห์มาน หมัดวัง ประธานบริหารคนที่ 2 ผู้ใหญ่หวังซบ นาคนาวา ประธานบริหารคนที่ 3 ฮัจยีอับดุลฮามีด เลาะมะ ประธานบริหารคนที่ 4 ฮัจยียูซบ ตำราเรียง ประธานบริหารคนที่ 5 ฮัจยีอับดุลการีม สะยอวรรณ เป็นประธานคนปัจจุบัน (2550) สำหรับฝ่ายการศึกษาหลังจากได้รับหน้าที่แล้วได้จัดทำหลักสูตรขึ้นมาใหม่และพิมพ์ตำราเรียนขึ้นใหม่ เป็นของโรงเรียนโดยตรง โดยใช้หลักสูตรผสมระหว่างหลักสูตรมหาวิทยาลัยอัลอัซฮัร มหาวิทยาลัยอัลอิสลามียะฮฺ มหาวิทยาลัยอัลอินซานียะฮฺประเทศมาเลเซีย และของโรงเรียนมัจลิซุดดีนี คือสอนทั้ง เตาฮีดคอลัฟ เตาฮีดซาลัฟ ภาษาอาหรับ อังกฤษ มลายูเดิม (กิตาบมลายู) ภาษารูมีย์ วิชาคอมพิวเตอร์ วิชาลูกเสือ กศน. และได้ทำหนังสือขออนุญาตใช้หนังสือเป็นหลักสูตรจากคณาจารย์จากมหาวิทยาลัยต่าง ๆ มาสอน และได้รับอนุญาตจากเชคอัลอัซฮัร เชคยาดัลฮักให้ใช้หนังสือ อัลฟิกฮฺ อัลอิสลามีย์ ของท่านสอนในระดับอัลอาลีย์ หลังจากนั้นจึงได้ขอจดทะเบียนรับรองวิทยฐานะ (มุอาดะละห์) จากมหาวิทยาลัยอัลอัซฮัร มหาวิทยาลัยอัลอิสลามียะห์ มหาวิทยาลัยอัซซัยตูนะห์ ประเทศตูนีเซีย และสหภาพมหาวิทยาลัยอิสลามแห่งโลก ต่อมาเมื่อวันที่ 15 ซอฟัร ฮ.ศ.1414 ทางมหาวิทยาลัยอัลอิสลามียะห์ อัลมะดะนียะห์ได้ส่ง ศ.ดร.มูฮำหมัด อัตตามีมีย์ และศ.ดร.ฟาลาตะห์มาตรวจโรงเรียนเพื่อรับรองโดยได้ให้การรับรองจาก ผศ.ดร.อับดุลเลาะห์ หนุ่มสุข
ต่อมาทางโรงเรียนได้ส่งอาจารย์ไปติดตามเรื่องมุอาดะละห์ และขอทุนการศึกษาและขอครูอาหรับมาสอนที่มัจลิซุดดีนีจากประเทศอาหรับาจนกระทั่งในที่สุด ทางโรงเรียนจึงได้รับการรับรองวิทยฐานะจากมหาวิทยาลัยอัลอัซฮัร เมื่อวันที่ 19 เมษายน คศ.1994 มหาวิทยาลัยอัลอัสลามียะห์เมื่อวันที่ 8 ชะอฺบาน ฮ.ศ.1414 มหาวิทยาลัยอัซซัยตูนะห์ เมื่อวันที่ 29 ฮ.ศ.1992 และในปีพ.ศ.2535 ทางมหาวิทยาลัยอัลอัซฮัร ได้ส่งอาจารย์มาสอน และให้ทุนการศึกษาแก่นักเรียนมัจลิซฯ ต่อมาในปีพ.ศ.2549 ทางโรงเรียนได้เปิดสอน กศน. ขึ้นโดยมี อ.นิมิต เลาะมะ เป็นผู้อำนวยการสอน และเพิ่มหลักสูตรลูกเสือขึ้นอีก สำหรับภาคอัลกุรอานและฟัรดูอีน ทางโรงเรียนได้มอบหมายให้อ.อาลาวีย์ บุญมาเลิศ เป็นผู้อำนวยการสอน โดยเริ่มสอนอบรมภาคฤดูร้อนมาตั้งแต่ ปีพ.ศ.2548 โดยไม่ได้เก็บค่าเล่าเรียนแต่อย่างใด สำหรับการเผยแพร่สื่อสารมวลชน ทางโรงเรียนได้จัดทำหนังสือคู่มือแจกจ่ายไปยังสถานที่ต่าง ๆ และจัดรายการวิทยุที่สถานี ว.พ.ท. ตั้งแต่ ปี พ.ศ.2540 โดยโรงเรียนได้มอบหมายให ้อ.ไฟซ้อล ลีวัน และ อ.อีซา สิงห์งาม เป็นผู้ดำเนินรายการ เนื่องจากช่วงนั้นทางโรงเรียนยังไม่มีห้องส่งจึงต้องไปจัดรายการที่สถานีทุกเช้าวันอาทิตย์ ต่อมาทางโรงเรียนได้ทำห้องส่งขึ้นจึงได้ย้ายมาจัดที่โรงเรียน หลังจากที่ อ.อาลี เสือสมิง อ.อับดุลกอเดร เด็ดดวง และ อ.อับดุลมาลิก เลาะมะ สำเร็จการศึกษากลับมา จึงมอบหมายให้ทั้งสามเป็นผู้ดำเนินการจัดทำต่อจนถึงปัจจุบัน สำหรับในอนาคตต่อไปทางโรงเรียน กำลังดำเนินการขยายการศึกษาให้สูงขึ้นไปอีก โดยจะเปิดสอนระดับ ปวช.และ ปวส. ซึ่งอยู่ในระหว่างดำเนินการ นักเรียนคนแรกที่ได้เข้ามาศึกษาที่มัจลิซฯ คือ นายอีซา รัตนะ, นายอับดุลอาซีซ เนตรทอง |














